pink background line
หน้าแรก
บริการทางการแพทย์
ผู้ใหญ่
เด็ก
ผ่าตัด
สูติ นรีเวช
กระดูกและข้อ
ทันตกรรม
ตา หู คอ จมูก
X-RAY
วิสัญญี
ตรวจสุขภาพ ทั้งหมด
แพ็กเกจ/โปรโมชั่น
บริการห้องพัก ข่าวสารและกิจกรรม
เกี่ยวกับเรา
phone icon สายด่วน 24 ชั่วโมง 036 218 900 ถึง 11
ไทย | English
Hospital Logo
home icon right arrow icon บทความสุขภาพ

บทความสุขภาพ

มะเร็งปากมดลูก

Cover Photo

บทความโดย พ.ญ.ศิริลักษณ์ พรงาม

สูติแพทย์ โรงพยาบาลมิตรภาพเมโมเรียล สระบุรี

มารู้จักมะเร็งปากมดลูกกันก่อน

มะเร็งปากมดลูก เป็นสาเหตุการเสียชีวิตจากมะเร็งอันดับต้นๆ ในผู้หญิงหลายประเทศ สำหรับประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 2

สาเหตุการเกิดมะเร็งปากมดลูก

สาเหตุเกิดจากการติดเชื้อไวรัส HPV(Human papilloma virus) กลุ่มความเสี่ยงสูง หรือที่เราเรียกกันว่า ไวรัสหูด สายพันธุ์ที่รุนแรงที่สุดคือ 16,18 ส่วนสายพันธุ์ที่ทำให้เกิดมะเร็งที่ลำคอได้คือสายพันธุ์ 52

เชื้อ HPV ติดต่อทางไหนบ้าง

ซึ่งติดต่อทางเพศสัมพันธุ์ ผ่านทางช่องคลอด ทวารหนัก และลำคอในกรณีทำ oral sex

3 ข้อหลักๆ ในการป้องกันตัวเองจากมะเร็งปากมดลูก

  1. อันดับแรกคือ การตรวจภายในเช็คมะเร็งปากมดลูก ปัจจุบัน เราสามารถตรวจคัดกรองด้วยวิธีที่มีความแม่นยำสูง โดยการตรวจหา DNA หรือ MRNA ของไวรัส HPV กลุ่มความเสี่ยงสูงต่อการเกิดมะเร็งได้ แนะนำให้ตรวจในผู้หญิงที่มีผ่านการเพศสัมพันธ์แล้ว ตั้งแต่อายุ 18ปีขึ้นไป ส่วนผู้หญิงที่ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ แนะนำตรวจที่อายุ มากกว่า 36 ปีขึ้นไป ด้วยวิธีนี้ การตรวจไม่ยุ่งยาก ไม่เจ็บมาก และถ้าผลปกติ เราสามารถเว้นการตรวจได้ 3-5 ปีขึ้นไป และหากเราตรวจพบความผิดปกติสามารถเข้ารับการรักษาก่อนจะกลายเป็นมะเร็งและหายจากการติดเชื้อ HPV ได้
  2. อันดับสอง การฉีดวัคซีน HPVคือ วัคซีนป้องกันการติดเชื้อ Human papilloma virus ซึ่งเป็นสาเหตสำคัญของโรคมะเร็งปากมดลูก มะเร็งช่องคลอด ทวารหนัก มะเร็งลำคอ และโรคหูดหงอนไก่ มีแบบ 4 และ 9 สายพันธุ์ให้เลือกใช้ ซึ่งแต่ละชนิดจะครอบคลุมเชื้อ HPV สายพันธุ์ที่แตกต่างกัน และมีประสิทธิภาพในการป้องกันมะเร็งได้ 70-90% โดยแนะนำให้ฉีดได้ตั้งแต่อายุ 9ปี โดยในเด็กอายุ น้อยกว่า 15 ปี ฉีดเพียงแค่ สองเข็มห่างกัน หกเดือน ส่วนในผู้ใหญ่ ฉีดสามเข็ม ห่างจากเข็มแรก 2 และ 6 เดือน ยิ่งถ้าฉีดก่อนการมีเพศสัมพันธุ์ครั้งแรกยิ่งมีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคได้ดีมาก โดยทั่วไป มีความปลอดภัยสูง ผลข้างเคียงที่พบได้คือ อาการปวด บวมแดง คันบริเวณที่ฉีด หรืออาจจะมีไข้ต่ำๆ อ่อนเพลีย และผื่นคันตามตัว ซึ่งส่วนใหญ่ไม่รุนแรงและหายได้เอง
  3. อันดับสาม คือ การหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง เช่น การเปลี่ยนคู่นอนบ่อย และหมั่นสังเกตอาการผิดปกติ เช่น ตกขาวมีกลิ่นหรือสีผิดปกติ เลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด โดยเฉพาะ การมีเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธุ์ ซึ่งถ้ามีอาการผิดปกติเหล่านี้ควรไปพบสูตินรีแพทย์ใกล้บ้านของท่านเพื่อได้รับการตรวจวินิจฉัยตั้งแต่เนิ่นๆ
จะเห็นว่า การป้องกันตัวเองจากการเป็นมะเร็งปากมดลูก ไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่เรากลัวหรือกังวลเลย และยิ่งถ้าเราตระหนักรู้เร็ว ป้องกันได้เร็ว เราก็จะยิ่งห่างไกลจากการเกิดมะเร็งปากมดลูกได้ รวมถึงเรายังสามารถ นำความรู้นี้ไปปกป้องคนใกล้ตัวที่เรารัก หากเรามีบุตรหลาน ที่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์ เราสามารถให้เขาได้รับการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโรคได้ค่ะ 2025-11-26

บทความล่าสุด

ดูทั้งหมด >
articles Cover Picture 2025-01-22 โรค Enterovirus มือ เท้า ปาก โรค Enterovirus คือ โรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเอนเทอโรหรือไวรัสในลำไส้ มักก่อให้เกิดอาการในกลุ่มเด็กเล็กที่อายุน้อยกว่า 5 ปี มีหลากหลายสายพันธุ์ แพร่เชื้อผ่านทางน้ำ อาหารที่ปนเปื้อน สารคัดหลั่ง มักพบการระบาดในสถานที่แออัดอากาศถ่ายเทไม่สะดวก >>> อ่านเพิ่มเติม
articles Cover Picture 2025-01-22 โรคไข้อีดำอีแดง โรคไข้อีดำอีแดง หรือ Scarlet fever เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย Streptococcus group A โดยแพร่เชื้อผ่านทางการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ป่วย ไม่ว่าจะเป็นการไอ จามรดกัน การสัมผัสผ่านทางมือโดยตรงหรือการใช้สิ่งของร่วมกัน มักพบในผู้ป่วยเด็กอายุ 5-15 ปี >>> อ่านเพิ่มเติม
articles Cover Picture 2025-08-25 โรค RSV รู้ไหม? ไข้ ไอ น้ำมูก...อาจไม่ใช่แค่หวัด แต่คือ RSV อ่านเพิ่มเติม
green background line